หลอนซ่อนเงื่อน! ‘ร่างทรง’ นอนตายเปลือยปริศนา ตาเบิกกว้าง คล้ายวิ่งหนีสิ่งลี้ลับ

หลอนซ่อนเงื่อน! ร่างทรง นอนตายเปลือยปริศนา ตาเบิกกว้าง คล้ายวิ่งหนีสิ่งลี้ลับ

(21 ม.ค.) เวลา 17.30 น. ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ตรวจสอบสภาพศพ นายประเสริฐ อายุ 50 ปี ชาว อ.เมือง จ.ราชบุรี มีอาชีพเป็นหมอดูร่างทรง นอนเสียชีวิตลักษณะไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว บริเวณพื้นดินหน้าบ้านพักเลขที่ 434 ซอยสามยอด 11 ต.สุรนารี บ้านพักชั้นเดียว ปลูกอยู่กลางป่ารกทึบ

สภาพศพเปลือยกาย นอนคุดคู้ ตาค้าง ลักษณะคล้ายวิ่งหนีอะไรบางอย่าง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 6 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย ตรวจสอบภายในบ้านพบข้าวของกองกระจัดกระจายรกรุงรัง มีโต๊ะวางพระพุทธรูป เครื่องรางของขลังมากมาย ตำราโหราศาสตร์ บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ และเงินสด 3,415 บาท

สอบสวนเพื่อนบ้านที่พบศพ บอกว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นหมอดูร่างทรง มีลูกศิษย์มากมายทั่วภาคอีสาน มีสติสมประกอบดี ไม่ใช่คนบ้าหรือเสียสติ ก่อนนี้พบผู้ตายเดินสายดูตำราโหราศาสตร์ให้ลูกค้าตามปกติ กระทั่งพบเสียชีวิตร่างเปลือยเปล่าอยู่หน้าบ้าน ลักษณะท่าทางแปลกประหลาด โดยไม่รู้สาเหตุ เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้นลับ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำศพผ่าพิสูจน์ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

วิวาห์อลเวง เจ้าบ่าวถูกจับแต่งตัวเป็นผีทหาร ทดสอบว่ารักเจ้าสาวลึกซึ้งแค่ไหน

วิวาห์อลเวง เจ้าบ่าวถูกจับแต่งตัวเป็นผีทหาร ทดสอบว่ารักเจ้าสาวลึกซึ้งแค่ไหน

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา งานแต่งงานหนึ่งในหมู่บ้านยูนสุ่ยพู่ เมืองเซ่าหยาง มณฑลเหอหนาน เจ้าบ่าวหนุ่มต้องกลายเป็นที่ตลกขบขัน เนื่องจากถูกบรรดาเพื่อนๆ ทั้งผู้ชายผู้หญิงจับแต่งตัวเป็นเหมือนกับกุ่ยจื่อหรือผี ซึ่งเป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกชาวต่างด้าวที่บุกรุกประเทศจีน

พร้อมทั้งแบกปืนยาวเก่าๆ มาให้ถือ ผูกขวดเบียร์ห้อยเอว แต่งหน้าแต่งตาให้จนดูเหมือนคนญี่ปุ่น อีกทั้งยังร้องตะโกนเสียงดังว่า คนบ้า พากันเดินยกขบวนไปบ้านเจ้าสาวเพื่อไปรับตัวว่าที่ภรรยาของเขามาเข้าพิธี

โดยชาวบ้านบอกกันว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีจับเจ้าบ่าวแต่งตัวและแกล้งเจ้าบ่าวนี้ เป็นการทดสอบว่าเจ้าบ่าวรักเจ้าสาวลึกซึ้งมากแค่ไหน

ลูกสาวเปิดใจ น่าอโหสิกรรมไหม กระบะไม่ให้กู้ชีพไปช่วยแม่

ตร.บางบัวทอง เผยคดีรถฉุกเฉินชนกระบะแล้วรอประกัน จนทำให้ไปรับผู้ป่วยหนักไม่ทันและเสียชีวิต สั่งปรับทั้ง 2 ฝ่าย ด้าน ลูกสาวผู้ตายบอกยังไม่คิดฟ้องรถกระบะ รอให้จบงานศพก่อน

ลูกสาวเปิดใจ น่าอโหสิกรรมไหม กระบะไม่ให้กู้ชีพไปช่วยแม่

จากเหตุการณ์ รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กร -1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับขี่กำลังเดินทางไปรับผู้ป่วย แต่ได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ คู่กรณี ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ-6997 กทม.มี นายชัยวัฒน์ อายุ 53 ปี เป็นคนขับ

จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้าย มีสีถลอกเล็กน้อย ส่วนรถยนต์กระบะมีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเช่นกัน คนขับรถกระบะไม่ยินยอมให้รถพยาบาลออกจากที่เกิดเหตุเนื่องจากยังตกลงกันไม่ได้ จนกว่าประกันจะมา ก่อนที่ทางทีมพยาบาลประสานจะแจ้งรถคันใหม่ไปรับ กินเวลากว่านาน ทำให้ผู้ป่วย เสียชีวิต ในเวลาต่อมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ (19 ม.ค.60) เวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดี ทราบว่า รถกู้ชีพรีบไปรับผู้ป่วยที่หมู่บ้านบัวทอง

แต่รถได้เฉี่ยวชน กับรถกระบะ และคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ จึงเดินทางมา ที่ สภ.บางบัวทอง และทำการสอบสวน พร้อมทั้งแจ้งข้อหาประมาทร่วม โดยเสียค่าปรับ คนละ 400 บาท ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

และทราบว่า ผู้ป่วยที่ติดต่อให้รถกู้ชีพจะไปรับที่หมู่บ้านบัวทอง ได้เสียชีวิตลง ก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะรถพยาบาลคันใหม่ที่จะไปรับช่วงแทน ใช้เวลานานกว่า 30 นาที ประกอบกับทางผู้ป่วยมีอาการหนัก ส่วนเรื่องการเรียกร้องสิทธิ ต่างๆ จากญาติคนเจ็บนั้นขณะนี้ยังไม่มีการมาแจ้ง เพราะยังอยู่ในอาการเศร้าโศก ต้องรอว่าทางญาติจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป

ทางด้านทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางบัวทอง ที่ปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 18 ม.ค.60 นายณัชพล , น.ส.อำภา , น.ส.ลัลนา เปิดเผยว่า การออกปฏิบัติหน้าที่แต่ละครั้ง รถ ems ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะว่าชีวิตคนสำคัญถ้าเราช้าไปเสียววินาทีหนึ่ง เราอาจเสียคนสำคัญของครอบครัวๆ หนึ่ง

จากเหตุการณ์เมื่อวานตนรู้สึกท้อและกดดันหลายอย่าง พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เราก็ลำบากใจ อยากฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนถ้าได้ยินเสียงรถกู้ชีพหรือกู้ภัย ทุกคันเร่งที่จะไปช่วยคนไข้ที่อาจจะเป็นญาติคุณก็ได้ หลบให้รถฉุกเฉินสักนิดหนึ่ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดคงคา ริมถนน ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ศาลา 3 พบว่า มีพระและญาติ ได้เคลื่อนย้ายศพ นางชูศรี อายุ 74 ปี จากศาลา 3 มาที่ ศาลา 6 โดยมีญาติและลูกหลาน กำลังเตรียมการอยู่ที่บนศาลา

สอบถาม น.ส.พร (นามสมมติ) เป็นบุตรสาวของ นางชูศรีฯ เปิดเผยว่าวันนี้ได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง พร้อมนำเอกสารการเสียชีวิตไปให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับไปแจ้งลงบันทึกการเสียชีวิตด้วย

ส่วนการแจ้งความหรือเอาผิดกับทางคนขับรถกระบะนั้น ต้องรอปรึกษากับญาติๆ ก่อนว่า จะดำเนินการกันอย่างไรต่อ เพราะตอนนี้วุ่นวายเรื่องงานศพของแม่อยู่คงต้องรอให้เสร็จก่อนค่อยว่ากันอีกครั้ง อีกอย่างช่วงนี้กระแสข่าวแรงมากก็เกรงอยู่เหมือนกัน

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวถามว่า จะอโหสิกรรม ให้กับผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะซึ่งเป็นคู่กรณีกับรถพยาบาลหรือไม่ น.ส.พร(นามสมมติ) ตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า น่าอโหสิกรรมไหมละ ก่อนที่จะขอตัวเดินไปจัดเตรียมเรื่องในพิธีงานศพต่อ ซึ่งจะตั้งศพสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงวันที่ 22 ม.ค.60 และจะฌาปนกิจ วันที่ 23 ม.ค.60 เวลา 16.00 น.

ปวีณา ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย ครอบครัว สุดอาวรณ์

คืบหน้ากรณีผู้เป็นย่าเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 เดือน หลานสาว ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสต้องผ่าตัดสมอง โดยมีเพื่อนบ้านเป็นพยานรู้เห็นว่า หลานสาวน่าจะถูก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกาย โดย ด.ญ.เอ ได้รักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. รพ.ศิริราช ซึ่งในวันนี้ ด.ญ.เอ ได้เสียชีวิตลงแล้ว

ปวีณา ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย ครอบครัว สุดอาวรณ์

ใบมรณะบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อย มาจากอวัยวะสำคัญของร่างกายถูกกระแทกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณศีรษะมีอาการกะโหลกร้าวและมีเลือดคลั่งในสมองและมีอาการไตวาย นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายแห่งตามร่างกายของหนูน้อยอีกด้วย ซึ่งผู้เป็นแม่วัย 17 ปี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยฝ่ายพ่อของหนูน้อยยืนยันว่าเคยพบเห็นภรรยาหรือผู้เป็นแม่ของหนูน้อยทำร้ายร่างกายลูกหลายครั้ง ประกอบกับคำให้การของเพื่อนบ้านซึ่งเคยพบเห็น การทำร้ายร่างกายของหนูน้อยเช่นกัน ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อยรายนี้

มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีจะดูแลค่าใช้จ่ายในการทำศพและฌาปนกิจ เบื้องต้น 1 หมื่นบาท รวมถึงในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้เกี่ยวข้องเป็นเยาวชน ทางมูลนิธิจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ รอง ผบก.น.8 เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสน.บุปผาราม ยังต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะแม่ของเด็ก ซึ่งยังเป็นเยาวชนที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จาก ก.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมสอบปากคำด้วย และพยานแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มเติมก่อนจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ในวันนี้ผลชันสูตรออกมาแล้วก็ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาก่อนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

จากกรณีที่ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง สาวทอมถูกอุ้มฆ่าฝังดิน จากปมเรื่องชู้สาวกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ โดยมี พ.ต.อ. อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้จ้างวานและบงการฆ่า ส่วนศพของผู้ตายนั้น นายบุญชู พลไธสง และนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง ผู้เป็นบิดา-มารดา ได้มารับไปเพื่อบำเพ็ญกุศลยัง วัดคลองเจริญบุญ บ้านคลองอีแตก อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพ น.ส.สุภัคสรณ์ นั้น มีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งในงานเต็มไปด้วยญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จัก ซึ่งน้องชายของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้บวชหน้าไฟให้พี่สาวเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลหลังผู้เป็นพี่ต้องจากไปโดยไม่มีวันกลับ

โดยหลังจากเคลื่อนศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นสู่เมรุ บรรดาเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารอีสานหมู่เฮา ที่น้องหญิงทำงานเป็นนักร้อง สวมชุดพื้นบ้านมาร่วมเซิ้งหน้าศพ เป็นการส่งวิญญาณเพื่อนสู่สุคติด้วย อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงของจินตรา พูนลาภ ซึ่งเป็นเพลงที่น้องหญิงชอบร้องในห้องอาหารด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานศพ น.ส.สุภัคสรณ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เป็นบิดา-มารดา ต่างร่ำไห้ด้วยความคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทผู้ตายว่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาเข้าฝันขอให้ร้องเพลงแผลเก่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทางญาติไม่ได้เตรียมการไว้จึงไม่มีโอกาสร้องให้ฟังในครั้งนี้

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างถูกแทงด้วยอาวุธมีดนอนเสียชีวิต ที่วินรถจักรยานยนต์หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

พบร่าง นางปนัดดา ศรีคงคา อายุ 41 ปี ชาว ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ร่างกายบริเวณหัวไหล่ซ้าย 4 แผล หน้าท้อง 1 แผล และที่บริเวณกลางหลังอีก 7 แผล

โดยผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทราบชื่อ นายชาญชัย เจตมณี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเดียวกับผู้ตาย อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี เช่นเดียวกัน และเป็นพนักงานบริษัทเสริมสุข แผนกควบคุมคุณภาพ เกี่ยวข้องเป็นอดีตสามีผู้ตาย
จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเห็นนายชาญชัยมายืนรอผู้ตายที่วิน เมื่อผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เข้ามา หลังจากไปส่งผู้โดยสาร นายชาญชัยก็เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้อาวุธมีดแทง ตนจึงได้แย่งมีดและโยนทิ้งจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหนรอมอบตัวดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนายชาญชัยทราบว่าตนกับผู้ตายเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่เนื่องจากเลิกรากันแล้ว และอ้างว่าถูกแฟนใหม่ของผู้ตายมาเยาะเย้ย และคิดว่าผู้ตายเป็นผู้ที่ใช้ให้มาทำพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้เกิดเหตุขึ้น พร้อมได้นำตัวไปโรงพักดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการตายก่อนให้ญาติมารับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

คิดว่าตร.ไปช่วยน้ำท่วมใต้ เลยขนยาบ้าสุดท้ายไม่รอด

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. พล.ต.ต.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบก.รฟ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ศักรินทร์ ไม้น้อย รอง ผกก 3.บก.รฟ. สว.รฟ.หัวหิน นำกำลังขึ้นตรวจค้นขบวนรถไฟที่วิ่งเข้ายังสถานีรถไฟหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หลังรับรายงานว่า จะมีการลักลอบนำยาเสพติดลงภาคใต้มากับขบวนรถด่วนที่ 171 วิ่งระหว่าง กรุงเทพฯ สุไหงโก-ลก

จากการตรวจค้นโบกี้ที่ 15 เลขที่นั่ง 3 พบชายต้องสงสัยท่าทางมีพิรุธ จึงขอตรวจค้นกระเป๋าสะพายที่วางอยู่ข้างตัว พบยาบ้า 14 มัด ประมาณ 28,000 เม็ด ยาไอซ์ 4 ถุง น้ำหนักรวม 400 กรัม ยาเค 4 ขวด รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาทซุกซ่อนอยู่ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

ทราบชื่อ นายสุเมธ หรือ เก่ง แผนมณี อายุ 38 ปี ชาว อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ให้การรับสารภาพว่า เคยติดคุกที่เรือนจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีในคดีปล้นทรัพย์มานานถึง 7 ปี จากนั้นออกจากคุกมาเป็นช่างทาสีและรับจ้างขนยาเสพติดกับเพื่อนคนหนึ่งจากกรุงเทพฯ ให้ไปส่งลูกค้าที่สุราษฎร์ฯ ในราคา 3 หมื่นบาท โดยคิดว่าช่วงนี้เกิดน้ำท่วมภาคใต้ตำรวจคงไม่เข้มงวดตรวจตราแต่สุดท้ายก็มาถูกจับกุม

‘อัศวิน’ กำชับ 9 แผนป้องกันน้ำท่วมกรุง

“อัศวิน” รับคำสั่ง “อนุพงษ์” กำชับ 9 แผนป้องกันน้ำท่วมกรุง หลังกรมอุตุฯ เตือนเสี่ยงฝน 15-17 ม.ค.นี้
พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) กล่าวว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กทม.ติดตามสถานการณ์ฝนและเตรียมพร้อมรับมือฝนที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 15-17 ม.ค.2560 ตามการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยในการเตรียมพร้อม ตนได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขตทั้ง 50 เขตติดตามสถานการณ์ฝน และ ปฏิบัติการตามแผนการป้องกันน้ำท่วมที่ได้วางไว้อย่างทันที

โดยจะใช้มาตรการ 9 ขั้นในการปฏิบัติการ ประกอบด้วย 1.ติดตามสถานการณ์ฝน 2.เตรียมเครื่องมืออุปกรณ์ เครื่องสูบน้ำ 3.ลดระดับน้ำในคลองและบ่อสูบ 4.แจ้งสถานการณ์ให้เจ้าหน้าที่รับทราบ 5.ส่งเจ้าหน้าที่แก้ปัญหาเร่งด่วน 6.หน่วยงานภาคสนามรายงานสถานการณ์ 24 ชั่วโมง 7.เพิ่มเครื่องมืออุปกรณ์ในจุดที่ไม่เพียงพอ 8.ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ 9.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบทุกระยะ จึงขอให้ประชาชน วางใจว่ากทม.ได้มีการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การฝนที่อาจเกิดขึ้นอย่างเต็มที่ แต่ขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะลงท่อระบายน้ำ คูคลอง แม่น้ำ และรักษาสุขภาพโดยการป้องกันอันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในช่วงนี้ด้วย

“ส่วนแผนในการดูแลรักษาคุณภาพน้ำในคลองของกรุงเทพฯ ขณะนี้กทม.ได้ร่วมกับกรมชลประทาน ที่จะนำน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาทางคลองหกวาสายล่าง คลองบางเขน และคลองบางซื่อ กลับเข้ามาไหลเวียนในคลองลาดพร้าว ตามแนวทางน้ำดีไล่น้ำเสีย ซึ่งกทม.จะดำเนินการให้แล้วเสร็จไม่เกิน 5 วัน โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ จะเริ่มต้นที่ประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้ ไหลเวียนตลอดความยาวคลองลาดพร้าวกว่า 20 กิโลเมตร และระบายออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้ง ที่บริเวณปากคลองพระโขนง โดยการไหลเวียนน้ำเป็นสิ่งที่กทม.จะดำเนินการเป็นประจำเมื่อหมดฤดูฝน เพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำในคลองให้ดีขึ้น”ผู้ว่าฯกทม. กล่าว

ด้ายข่าวสารจาก กรุงเทพธุรกิจ

Holiday Palace คาสิโนบาคาร่าออนไลน์

HOLIDAY PALACE ท่านสามารถร่วมสนุกกับ Holiday Palace ได้ง่ายๆ กับช่องทางเข้าเล่นผ่านเว็บไซต์ สะดวกรวดเร็ว โดยมีขั้นตอนการเข้าเล่นไม่กี่ขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เข้าเว็บ Holiday Palace

Holiday Palace คาสิโนออนไลน์เล่นผ่านหน้าเว็บไซด์โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม โดยการเรียกใช้งานเว็บเบราเซอร์ขึ้นมา เสร็จแล้ว เข้าไปที่เว็บไซต์ https://aqua2277.com หรือที่ simpson.viva9988.com

ล็อคอินเข้า HOLIDAY PALACE
ให้ท่านเลือกภาษา ที่ใช้ในการร่วม สนุกกับ Holiday Palace ซึ่งมีให้เลือกทั้ง ภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ จากนั้นให้ท่าน ล็อคอินเข้าเล่น Holiday Palace ได้ที่หน้าเว็บ ระบบจะทำการอัพเดทข้อมูลให้ท่านรอสักครู่ เสร็จแล้วจะมี หน้าต่าง Login ขึ้นมา ให้ท่านใส่รหัสเข้าใช้งาน(User) และ รหัสผ่าน(Password) เพื่อเข้าร่วมสนุกกับเกมส์

Holiday Palace มีเหงือนไขข้อตกลงในการเล่นไม่ยุ่งยาก หลังจากที่ท่านได้เลือกภาษาแล้วจะมีหน้าเกี่ยวกับกติกาและ ข้อตกลง (Rules & Regulation)ในการร่วมสนุกกับ Holiday Palace ให้ท่านคลิ๊กที่ปุ่มยอมรับเงื่อนไข ( I Agree )

Holiday Palace Casino
หลังจากที่ท่านได้ทำการล็อคอินเข้าระบบเกมส์ เข้ามาแล้วจะ มีหน้าเกมส์หลัก Holiday Palace

เมื่อเลือกเกมส์ที่ต้องการเล่นใน Holiday Palace คาสิโนออนไลน์เรียบร้อย ให้เลือกโต๊ะ ที่ต้องการเข้าเล่นจากรูป

บาคาร่าออนไลน์ HOLIDAY PALACE
Holiday Palace คาสิโนออนไลน์ที่เน้นบริการเกมส์ บาคาร่าออนไลน์ เป็นหลักหลังจากที่ท่านได้ ทำการเลือกเกมส์ ที่จะเล่นแล้วจะมีโต๊ะของเกมส์นั้นๆ ขึ้นมาให้ท่านได้เลือกชอบโต๊ะไหนก็คลิกเข้าร่วม สนุกกับบริการของ Holiday Palace กันได้ตามความพอใจ

ข่าวสารจาก snbbet.com

รถไฟลงใต้วิ่งได้ปกติแล้ว จุดเคยน้ำท่วมต้องค่อยๆ ผ่าน

รถไฟสายใต้วิ่งได้ตามปกติหลังเจ้าหน้าที่ซ่อมรางที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ประจวบฯ ชั่วคราวเสร็จแล้ว โดยต้องผ่านด้วยความเร็ว 20 กม./ชม.เมื่อวันที่ 13 ม.ค. นายดาโอ๊ะ มามะ สารวัตรแขวงบำรุงทางบ้านกรูด ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)

กล่าวถึงความเสียหายรางรถไฟจากน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ซ่อมแซมรางรถไฟที่ได้รับความเสียหายจนเปิดใช้งานได้เมื่อเวลา 21.19 น. วันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา รถทุกขบวนสามารถวิ่งผ่านลงไปภาคใต้ได้ เพียงแต่ในช่วงนี้ให้ใช้ความเร็วได้เพียง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เนื่องจากสภาพรางยังไม่สมบูรณ์ดีนัก

เป็นการซ่อมแซมชั่วคราวเพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งได้ และไม่กระทบต่อผู้โดยสารทั้งนี้ ปกติขบวนรถไฟจะวิ่งด้วยความเร็ว 90–120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่เมื่อผ่านพ้นช่วงที่ซ่อมแซมก็สามารถกลับมาทำความเร็วได้ปกติ ส่วนการซ่อมแซมนั้น ต้องนำก้อนหินบดอัดและโรยที่บริเวณราง และต้องให้พื้นหินแน่นมั่นคงจึงจะใช้ความเร็วได้ตามปกติ