แก้กรรม…มันฯแช่น้ำ

    ให้รู้สึกสงสารเห็นใจพี่น้องชาวอีสาน ที่วันนี้มันสำปะหลังพืชเศรษฐกิจหลักที่หล่อเลี้ยงชาวอีสานมานานราคากำลังดีวันดีคืน แต่กลับมาเจอภาวะน้ำท่วม  หนทางแก้ไขแทบไม่มี…เพราะจมแช่น้ำเกินกว่า 3 วัน หัวมันฯเน่าเสียหาย

   และไม่ใช่จะเน่าเสียหายเฉพาะแปลงที่จมน้ำเท่านั้น น้ำลดไปแล้ว หัวมันฯที่อยู่ใต้ดินเน่าเป็นอาหารของเชื้อรา สามารถแพร่กระจายไปยังแปลงข้างเคียงแม้แปลงนั้นจะไม่ถูกน้ำท่วมก็ตาม  นี่เป็นเหตุผลให้เกษตรกรเจอน้ำท่วมไร่มันฯ จำเป็นต้องถอนทิ้งอย่างเดียว เพื่อป้องกันปัญหาไฟลามทุ่งที่จะตามมา

 

 

   ยิ่งภาวะโลกร้อน โอกาสฝนตก น้ำท่วมจะเกิดขึ้นถี่บ่อยกว่าในอดีต ดังจะได้เห็นจากภาพข่าวเรื่องน้ำท่วมแบบนี้เกิดกันไปทั้งโลก… นี่เป็นอีกโจทย์ปัญหา ที่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังต้องคิดวางแผนการเพาะปลูกให้ดี เพื่อรับมือกับปัญหาน้ำท่วม    ผศ.ดร.วิจารณ์ วิชชุกิจ สถาบันพัฒนามันสำปะหลัง แนะวิธีการปลูกมันฯ เพื่อรับมือกับภาวะน้ำท่วม และโรคระบาดต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

   อันดับแรกต้องเลือกพื้นที่ปลูก…เป็นที่ดอน น้ำไม่ท่วมขัง และอยู่ใกล้ทางระบายน้ำ หรือมีคู คลองขวางกั้น และไม่ควรให้แปลงมันฯ เป็นทางระบายน้ำเด็ดขาด เพราะน้ำจะเป็นตัวชักนำเชื้อโรค   ส่วนการเตรียมดินปลูกควรเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี เช่น ดินร่วน ดินทราย หากเป็นดินระบายน้ำยาก เช่น ดินเหนียว ควรปลูกโดยวิธียกร่อง แล้วไถตากดินบ่อยๆและทำความสะอาดแปลงก่อนปลูกทุกครั้ง

   สำหรับท่อนพันธุ์ปลูก ควรใช้มันสำปะหลังพันธุ์ดี ซึ่งมีความทนทานต่อโรค ให้น้ำหนักหัวสูง และเชื้อแป้งในหัวสูง อย่างพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 กับพันธุ์ระยอง 5   และถ้าเกิดน้ำท่วมขังเป็นโรครากเน่า หรือหัวเน่าจากเชื้อรา…ถ้าต้นใหญ่มีหัวให้ถอนไปขายเฉพาะส่วนที่จมน้ำ…แต่ถ้ายังเป็นต้นเล็กอยู่ ควรถอนเผาทิ้งแล้วไถตากดินไว้อย่างน้อย 1 เดือน ถึงจะลงปลูกใหม่ได้อีกครั้ง.