โรคเท้าช้าง

โรคเท้าช้าง ภาษาอังกฤษ เรียก Lymphatic filariasis หรือ Elephantiasis โรคติดเชื้อ เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลม อาการ แขน ขาบวม ผิวหนังจะหยาบหนา เหมือนเท้าช้าง

โรคเท้าช้าง ภาษาอังกฤษ เรียก Lymphatic filariasis หรือเรียกอีกอย่างว่า Elephantiasis โรคนี้เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลม หนอนพยาธิโรคเท้าช้างนั้นอาศัยอยู่ในต่อมน้ำเหลืองและท่อน้ำเหลือง ลักษณะอาการที่เห็นได้ชัดเจน คือ แขน ขาบวม ผิวหนังจะหยาบหนา เหมือนเท้าช้าง เราจึงเรียกโรคนี้ว่า โรคเท้าช้าง

สำหรับประเทศไทยในสมัยก่อน พบว่ามีผู้ติดเชื้อมากถึง 300 คนต่อปี แต่ด้วย เทคโนโลยีทางการแพทย์ ก้าวหน้า มีอัตราคนป่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง สำรวจล่าสุดปี 2558 อัตราการเกิดโรค นี้ 0.36 คนในประชากร 100,000 คน และ อัตราการเกิดโรค ผู้ชายจะสูงกว่าผู้หญิง ประเทศไทยพบผู้ป่วยที่จังหวัดนราธิวาส ในส่วนของประเทศอื่นๆ พบว่าทั่วโลกมี ผู้ป่วยโรคเท้าช้าง 110 ล้านคน มากพบในประเทศแถบเอเชีย แอฟริกา อเมริกาใต้ หมู่เกาะแปซิฟิก และหมู่เกาะแถบทะเลแคริบเบียน เป็นต้น

โรคเท้าช้าง คือ การติดเชื้อพยาธิฟิลาเรีย ชนิด Brugia malayi หรือ Wuchereria bancrofti  โดย พยาธิ จะอาศัยอยู่ใน ระบบน้ำเหลือง ของมนุษย์ และทำให้ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ท่อน้ำเหลืองอักเสบ เมื่อ ระบบน้ำเหลือง ของมนุษย์เกิดอุดตัน จะเกิดพังผืด น้ำเหลืองคั่ง ทำให้อวัยวะโตขึ้น ลักษณะแบบนี้ เราเรียกว่า ภาวะโรคเท้าช้าง

ในส่วนของ พยาธิ ชนิด Wuchereria bancrofti พยาธิ ที่ อาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลือง บริเวณอวัยวะเพศ ส่งผลให้ อัณฑะมีถุงน้ำ การปัสสาวะมีไขมันปน ส่วนพยาธิชนิด  Brugia malayi จะทำให้ ขาโต เสียเป็นส่วนมาก

สาเหตุของการเกิดโรคเท้าช้าง

โรคเท้าช้าง มี สาเหตุจากพยาธิตัวกลม ชื่อ Wuchereria bancrofti  Brugia malayi และ Brugia timori ซึ่ง พยาธิตัวกลม เหล่านี้อาศัยในร่างกายมนุษย์ โดยมี ยุงเป็นพาหะของโรค พยาธิ Wuchereria bancrofti จะพบใน ยุงลาย และ ยุงรำคาญ พยาธิ Brugia malayi พบใน ยุงลายเสือ ส่วนพยาธิ Brugia timori พบใน ยุงก้นปล่อง

วงจรชีวิตของหนอนพยาธิตัวกลม

เริ่มจาก ยุงตัวเมีย ที่มี เชื้อพยาธิเท้าช้าง เป็นตัวอ่อนขั้นที่ 3 กัดและดูดเลือดมนุษย์ เชื้อพยาธิจะเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ทางผิวหนัง พยาธิจะไปที่ท่อน้ำเหลือง ภายในระยะเวลา 9 เดือน พยาธิ นี้จะกลายเป็นตัวเต็มวัย เมื่อตัวเต็มวัยเหล่าอยู่ใน ท่อน้ำเหลือง มากขึ้น เกิดการขยายพันธ์ ตัวอ่อน ซึ่งตัวอ่อนเหล่านี้ จะแพร่เข้าสู่เส้นเลือด เมื่อ ยุงดูดเลือด ก็สามารถ ขยายพันธ์ ต่อไปไม่มีวันจบสิ้น

พยาธิ ที่เป็น สาเหตุของโรคเท้าช้าง มี 2 ชนิด ซึ่งสามารถย่อยเชื้อโรค ออกได้ 4 ชนิดด้วยกัน รายละเอียดดังนี้

  • พยาธิตัวกลม Wuchereria bancrofti ชนิด nocturnally periodic type สำหรับ เชื้อโรค ชนิดนี้ เมื่อผลิตตัวอ่อนจะเข้าสู่กระแสเลือดช่วงกลางคืน เป็น สาเหตุของโรคเท้าช้าง ในแถบภูเขาภาคเหนือ เช่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดราชบุรี จังหวัดตาก เป็นต้น
  • พยาธิตัวกลม Wuchereria bancrofti ชนิด nocturnally subperiodic type สำหรับ เชื้อโรค ชนิดนี้ตัวอ่อนสามารถ เข้าสู่กระแสเลือด ทุกเวลา เชื้อโรคชนิดนี้ เป็น สาเหตุของโรคเท้าช้าง ในแถบจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดตาก เป็นต้น
  • พยาธิตัวกลม Brugia malayi ชนิด nocturnally subperiodic type เชื้อโรค ชนิดนี้มี ยุงลายเสือ เป็น ภาหะนำโรค พบมากบริเวณป่าพรุ พบ โรคเท้าช้าง ชนิดนี้ ในจังหวัดนราธิวาสและจังหวัดนครศรีธรรมราช
  • พยาธิตัวกลม Brugia malayi ชนิด diurnally subperiodic type ตัวอ่อน Microfilaria ตัวอ่อนของพยาธิ สามารถเข้าู่เส้นเลือดได้ตลอดวลา พบมากที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฏร์ธานี

พยาธิตัวกลมชนิด Brugia malayi นั้นสามารถพบในประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย โดย พยาธิ เหล่านี้ มาจากยุง และ เชื้อโรค อาศัยอยู่ใน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น แมวบ้าน สุนัข ลิง ค่าง แมวป่า ชะมด นางอาย เป็นต้น

อาการของผู้ป่วยโรคเท้าช้าง

โรคเท้าช้าง เกิดจาก พยาธิตัวกลม ที่อาศัยใน ต่อมน้ำเหลือง และ ท่อน้ำเหลือง เมื่อ พยาธิ เหล่านี้อาศัยในร่างกายมนุษย์ และขยายพันธ์จนเต็มพื้นที่ จะทำใหเกิดอาการ โดย อาการของโรคเท้าช้าง จะสามารถแบ่งอาการได้เป็น 3 กลุ่ม รายละเอียด ดังนี้

  1. กลุ่มผู้ป่วยเท้าช้างที่ไม่แสดงอาการ พบได้มากที่สุดในกลุ่มผู้ป่วย แต่เชื้อโรคสามารถตรวจได้ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะพบว่ามีความผิดปรกติที่เลือด ปัสสาวะ หนังหุ้มอัณฑะ เป็นต้น
  2. กลุ่มผู้ป่วยเท้าช้างที่มีอาการที่ระบบน้ำเหลือง แบบเฉียบพลัน เราเรียก Acute adenolymphangitis เรียกย่อๆว่า  ADL ผู้ป่วยจะ มีไข้สูง และ อักเสบที่ท่อน้ำเหลือง ทั่วร่างกาย ผิวหนัง ก็จะเป็นเส้นสีแดง คลำ แข็งๆ และปวดเวลากด ผิวหนังจะบวม ขึ้น มักเกิดที่ ต่อมน้ำเหลือง บริเวณขาหนีบและรักแร้ และถ้าเกิดกับพยาธิ ชนิด Brugia malayi จะพบว่า มีฝีหนองตามผิวหนัง ส่วนพยาธิ ชนิด Wuchereria bancrofti ผู้ป่วยจะมีปวดอัณฑะ อาการของผู้ป่วยจะ เกิดขึ้นทุกๆ 6 ถึง 10 วัน
  3. กลุ่มผู้ป่วยเท้าช้างที่มีอาการเรื้อรัง เป็นลักษณะของ ผู้ป่วยโรคเท้าช้าง ต่อเนื่องหลายปีและรักษาไม่หายขาด ท่อน้ำเหลืองจะมีอาการอักเสบ แบบเป็นๆหายๆ และเกิดพังผืด ส่งผลให้เกิด การอุดตันของท่อน้ำเหลือง ทำให้น้ำเหลืองไม่สามารถไหลได้ตามปกติ น้ำเหลือง จึงเกิด การคั่ง ตามเนื้อเยื่อรอบๆ ท่อน้ำเหลือง เนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง ทำให้เกิด การบวมโตของเนื้อเยื่อ

สำหรับ อวัยวะที่บวม สามารถเห็นชัด เช่น แขน ขา และเต้านม ลักษณะคือ บวม จนเสียรูปทรง ผิวหนังจะหนาขึ้น สูญเสียความยืดหยุ่น ถ้า ท่อทางเดินน้ำเหลือง ที่อยู่ด้านหลัง เยื่อบุช่องท้อง ถูกทำลาย ไตจะไม่สามารถ ถ่ายเทน้ำเหลือง เข้า หลอดเลือดดำ ได้ ส่งผลต่อท่อปัสสาวะ ทำให้ ปัสสาวะสีออกขาวขุ่นคล้ายน้ำนม เราเรียกลักษณะแบบนี้ว่า Chyluria

การรักษาโรคเท้าช้าง

สำหรับ การรักษาผู้ป่วยโรคเท้าช้าง นั้น มีแนวทางการรักษา 3 แนวทาง ที่ต้องทำควบคู่กันไป ประกอบด้วย การฆ่าเชื้อโรค การรักษา อาการของระบบน้ำเหลืองอักเสบ และ รักษาอาการบวม ซึ่งรายละเอียดของ การรักษา มีรายละเอียด ดังนี้

  1. การฆ่าเชื้อโรค โดยการให้ ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อโรค แต่การใช้ ยาปฏิชีวะ นะสามารถตรวจเชื้อจาก การตรวจคัดกรองและในผู้ที่มี การอักเสบของต่อมน้ำเหลืองแบบเฉียบพลัน และ ท่อน้ำเหลือง สามารถฆ่าได้ในตัวอ่อนแต่ไม่สามารถฆ่าได้หมดในพยาธิตัวเต็มวัย ผู้ป่วยจึงต้องกินยาซ้ำทุกๆปี เพื่อตัดวงจรการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ผู้อื่นและลดการแพร่เชื้อตัวใหม่ ดังนั้น พยาธิตัวเต็มวัย ที่อยู่ในร่างกายมนุษย์ จะตายเมื่ออายุ 5 ถึง 7 ปี
  2. การรักษาอาการของระบบน้ำเหลืองอักเสบ สามารถรักษาได้โดยการ ให้ยาลดไข้และยาแก้ปวด
  3. การรักษาอาการบวม ของแขน ขา การรักษาอาการบวมของแขนขา นั้นสามารถทำได้ด้วย การป้องกันอาการติดเชื้อที่ผิวหนัง และ ป้องกันการเกิดแผล แต่ไม่มีวิธีลดขนาดของแขนขาให้กลับมาปกติได้ ส่วน อัณฑะที่บวม นั้น ต้อง รักษาด้วยการผ่าตัดออก

การป้องกันและควบคุมการเกิดโรคเท้าช้าง

  • ป้องกันและหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด โดยรายละเอียดดังนี้ นอนในมุ้ง หรือห้องมุ้งลวด ทายากันยุง ควบคุมการเกิดยุง พ่นยากันยุง กำจัดลูกน้ำ กำจัดวัชพืชและพืชน้ำที่เป็นแหล่งเกาะอาศัยของลูกน้ำ
  • ประชาชนที่อยู่ในแหล่งระบาดของ โรคเท้าช้าง ให้กินยาป้องกัน โดยสามารติดต่อขอรับยาที่ หน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณะสุข

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *